BONE

[BONE] Event 2 : There's something in the night

posted on 02 May 2014 19:38 by momy9775 in BONE

ฮี้ฮฮฮฮ//ควบม้าพยศเข้ามา(...)


EVENT 2
 

 

—————————————————— v —————————————————— 

 

ฟื่บ

 

หน้าต่อไปที่คอยอยู่คืออภิธานศัพท์ นิ้วเล็กที่เปื้อนไปด้วยน้ำหมึกไล่ไปตามตัวอักษรแต่ละตัวอย่างช้าๆ สายตาพาดกวาดตามการเคลื่อนไหว จนกระทั่งสุดหน้ากระดาษ เสียงพลิกกระดาษก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

ฟึ่บ

 

...และเป็นเช่นนี้ต่อไป

 

แต่กริยาเหล่านั้นก็หยุดชะงักลงเมื่อปลายนิ้วลากผ่านตัวอักษรตัวสุดท้ายที่อยู่ในหมวด T

 

   ' Tohubohu       a state of chaos; utter confusion; disorder. '

 

เด็กสาวเผยอปากเล็กน้อยราวกับจะเปล่งเสียงแสดงความเข้าใจ เธอขยับนิ้ววนเวียนไปมาซักพัก ก่อนจะดำเนินกริยาเดิมก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง

 

—————————————————— o —————————————————— 

 

เสียงกึงกังที่ดังแว่วมากระตุ้นมาร์กาเร็ตให้ตื่นจากการหลับไหล คิ้วบลอนด์ขมวดมุ่นก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างรำคาญใจ

 

เมื่อเธอตวัดตัว หันไปมองริชาร์ดก็พบว่าเขายังคงอยู่ในห้วงนิทรา ร่างเล็กค่อยๆ ขยับตัวออกจากเตียงนอน สองเท้าขยับมุ่งตรงไปที่ประตู เธอค่อยๆ แง้มบานประตูออกเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟข้างนอกเล็ดรอดออกมาผ่านช่องว่าง เมื่อแง้มออกไปกว้างกว่าเดิมก็พบแต่เพียงทางเดินโล่ง มาร์กาเร็ตเหลือบมองริชาร์ดอีกครั้ง ลังเลว่าจะออกไปดูดีหรือไม่

 

เราแค่จะออกไปเดินเล่นไม่นาน คงไม่เป็นไร เธอกล่าวกับตัวเองก่อนจะดันตัวออกมา เมื่อมองทั้งซ้ายขวาก็ไม่พบว่ามีใครนั่นพอจะทำให้เธอรู้สึกดีพอที่จะเดินสำรวจขึ้นได้บ้าง เมื่อรู้สึกดังนั้นเธอจึงเริ่มก้าวเดิน การสำรวจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

ไม่นานนัก เมื่อเดินผ่านโคมไฟดวงที่สิบสอง มาร์กาเร็ตก็ได้ยินเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ช่างเป็นเสียงที่แปลกประหลาดซึ่งเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอหันไปมาพยายามที่จะค้นหาต้นเสียงว่ามาจากทางใด แต่ก็เป็นความพยายามที่เปล่าประโยชน์ หรือจะมาจากห้องอาหารกัน? ยิ่งคิดยิ่งพิศวง สองขาขยับตามทางเดินที่คาดว่าน่าจะเป็นทางไปสู่ห้องอาหาร สักพักก็พบกับความผิดหวังเมื่อหาห้องนั้นไม่พบ

 

ขณะเธอตัดสินใจที่จะเดินกลับไปทางเดิมก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เรือโคลง

 

ร่างเล็กทรุดถลาไปติดขอบกำแพงใกล้ๆ ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกใจ ฉับพลันก็นึกถึงคนๆ หนึ่ง ริชาร์ด

 

นานเกินไป เธอคิดอย่างหวาดหวั่นเมื่อรู้ตัวขึ้นอีกที เธอออกมาข้างนอกนี่นานเกินไปแล้ว ริชาร์ดอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วก็เป็นได้

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นมาร์กาเร็ตก็เริ่มวิ่ง จุดหมายคือห้องพักของเธอกับริชาร์ด เมื่อประตูห้องที่ต้องการปรากฏขึ้นมาในสายตา เธอไม่รีรอที่จะกระชากเปิดออกด้วยแรงเล็กๆ ที่เธอมี

 

แต่ภาพที่เห็นกลับไม่มีวี่แววของเขา กระเป๋าสัมภาระเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม บางทีเขาคงออกไปตามหาเธอเช่นกัน

 

สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดคือ ดาดฟ้า

 

มาร์กาเร็ตไม่รีรอที่จะออกแรงก้าวขาไปยังสถานที่ที่เธอคิดทันที

 

—————————————————— o —————————————————— 

 

"อ...เอ๋ คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ?"

ขณะที่กำลังผ่านชั้น C นั้น มาร์กาเร็ตหันหน้าไปตามเสียง เผยให้เห็นร่างของพนักงานประจำเรือ ใบหน้าของเขาตื่นตระหนก เธอเผลอกำมืออย่างประหม่าด้วยความไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะได้เอ่ยปากตอบคนตรงหน้า สายตาก็พลันมองไปเห็นกลุ่มคนที่เริ่มจะมารวมตัวกันเสียก่อน หรือริชาร์ดจะอยู่ที่นี่ด้วย

 

"..." นิ้วเล็กชี้ไปที่กลุ่มคนกลุ่มนั้น พนักงานหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะพาเธอไปสมทบกับคนอื่นๆ

 

—————————————————— o —————————————————— 

 

ริชาร์ดไม่อยู่ที่นี่ มาร์กาเร็ตสรุปหลังจากกวาดสายตาผ่านผู้คนที่อยู่รอบข้าง ก่อนที่จะได้คิดอะไรต่อเรือก็โคลงขึ้นมาอย่างกระทันหัน เธอพยายามหาที่ยึดจับพร้อมๆ กับพยายามไม่ให้ไปกระแทกกับคนข้างๆ ปากบางเม้มด้วยความไม่สบายใจ ยิ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาแบบนี้ยิ่งทำให้ความกังวลของเธอเพิ่มมากขึ้น

 

เสียงแปลกๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ตึง

 

ครั้งนี้เสียงดูเหมือนจะดังขึ้นไม่ไกลจากที่นี่ ผู้โดยสารทุกคนที่นี่ดูเหมือนจะรู้สึกเช่นเดียวกัน ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมพร้อมกับความกลัวที่เริ่มกลืนกินบนใบหน้าของแต่ละคน

 

ชายร่างสูงคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบนั้น "พวกเราไปดูกันหน่อยไหมครับว่าเสียงนั่น เป็นเสียงอะไร?"

 

บางส่วนผู้คนเท่านั้นที่เห็นด้วยกับความคิดนั้น บางคนที่เหลืออยู่ตัดสินใจที่จะรออยู่ที่เดิม น่าตกใจที่มาร์กาเร็ตเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่คิดจะไปตรวจที่มาของเสียง ตากลมขยับไปมามองผู้คนในกลุ่มของเธอปัจจุบันพร้อมกับพยายามสงบความวิตกที่ค่อยๆ คืบคลานภายในใจ

 

หลังจากทุกคนเคลื่อนที่เลี้ยวพ้นหัวมุมก็พบกับทางเดินที่ว่างเปล่า ไม่พบกับสิ่งผิดปกติใด ผู้คนเริ่มคุยกันอย่างสงสัยในเมื่อเสียงที่พวกเขาได้ยินนั้นดังมาจากทางนี้อย่างแน่นอน มาร์กาเร็ตเขยิบตัวพยายามที่จะมองทะลุไปให้ถึงสุดฟากของทางเดิน แต่ด้วยความกว้างใหญ่ของเรือและความสามารถของร่างกายลบล้างความพยายามของเธอจนหมดสิ้น

 

ก่อนที่ใครจะตัดสินใจทำอะไร เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งไม่ไกลจากมาร์กาเร็ตนักก็ดึงความสนใจของเธอ รวมถึงทุกคนด้วย

 

"เอ่อ... ขอโทษนะคะ..." เธอมองไปรอบๆ ด้วยท่าทีที่เขินอาย เมื่อความสนใจของทุกคนตรงไปที่ตัวเธอแล้วเธอจะเริ่มกล่าวต่อ "คือว่า... เมื่อกี้ทุกท่านได้ยินตรงกันว่ามีเสียงดังออกมาจากทางนี้ แต่พอมาถึงสถานที่จริงแล้วกลับไม่พบอะไรเลย" เธอหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อ "ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแปลกบ้างหรือคะ?"

 

"ถ้ายังไง..." เธอสบตาทุกคนอย่างใสซื่อ "เราลองหยุดคุยรายละเอียดกันสักเล็กน้อย ดีไหมคะ?"

 

มาร์กาเร็ตพยักหน้าเล็กๆ เห็นด้วยกับเด็กสาวคนนั้น หันไปมองรอบข้างก็พบว่าหลายๆ คนเริ่มคุยกัน บ้างก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ตนพบเจอมา ฉับพลันก็มีบางสิ่งเคลื่อนผ่านไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

ท่ามกลางความตระหนก เด็กสาวที่เสนอความคิดเห็นเมื่อครู่ดูเหมือนจะถูกบางอย่างเกี่ยว ทำให้เธอถลาไปคว้าผู้ชายที่อยู่ใกล้เคียงกันล้มไปด้วยกันด้วย มาร์กาเร็ตหันไปตามทิศทางของสิ่งนั้น สิ่งที่เห็นคือเงาขนาดใหญ่ สิ่งๆ นั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สายตาของเธอจะมองทัน

 

ทันใดนั้น มาร์กาเร็ตก็รู้สึกถึงแรงที่ฉุดเธอให้ล้มลง เสียงกระแทกดังขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บจากการถูกฉุดล้มอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอเม้มปากกลั้นเสียงไว้ก่อนจะเหลือบมองไปข้างๆ นอกจากมาร์กาเร็ตเองแล้วยังมีเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ถูกหญิงสาวผมแดงเจ้าของแรงฉุดนั้นอยู่ใกล้ๆ กัน

 

มาร์กาเร็ตดันตัวขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองรอบข้างแล้วก็พบว่าเสียงกระแทกนั้นไม่ได้เกิดจากแค่พวกเธอสามคนล้มลง จากเสียงคนพึมพัมจับใจความได้ว่ามีคนสองคนถูกบางอย่างกระแทกจนล้ม

 

เมื่อเธอทรงตัวขึ้นยืนอีกครั้งหนึ่งก็สังเกตเห็นว่า 'บางอย่าง' ที่ทำให้ทุกคนแตกตื่นนั้นหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของทางเดิน แต่ด้วยเงาที่พาดผ่านบดบังตัวของสิ่งนั้นทำให้ไม่ทราบว่าเป็นอะไร

 

"ทุกคนๆ ใจเย็นๆ ก่อนนะ" ชายร่างอวบคนหนึ่งพูดขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย "คุณพนักงาน ในเรือนี้มีอย่างอื่นนอกจากผู้โดยสารด้วยหรือ?"

 

เด็กหนุ่มที่อยู่ใกล้กับพนักงานชายคนนั้นหันขวับ "พี่ชายเป็นพนักงานสินะฮะ พนักงานที่ดีน่ะต้องปกป้องผู้โดยสาร เพราะงั้น..." เขากล่าวพร้อมดันหลังพนักงานให้เดินนำหน้า "นำทุกคนไปเลยฮะ Go!!"

 

ชายร่างอวบคนเดิมเดินเข้าไปตบบ่าพนักงานชายผู้ถูกยัดเยียดให้กล้าหาญคนนั้น "ไม่ต้องห่วงนะไอ้หนุ่ม! ยังมีพวกเราอยู่ข้างๆ นะ!"

 

"ก...ก็ได้ครับ..."

หลังจากคุณพนักงานตอบรับด้วยเสียงสั่นๆ ก็มีผู้โดยสารอีกสองคนเดินตามเข้าไปตรวจสอบดูด้วย มาร์กาเร็ตกุมชายกระโปรงอย่างหวั่นใจพร้อมมองพนักงานที่เข้าไปใกล้เรื่อยๆ...

 

ตูม!!!

 

เสียงดังลั่นของบางสิ่งกระแทกกับร่างเนื้อของพนักงานประจำเรืออย่างรุนแรงส่งผลให้ร่างของพนักงานผู้โชคร้ายลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่สมองของมาร์กาเร็ตจะประมวลผลอะไรได้ก่อนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้าง

 

ตึง  ภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพของผู้โดยสารทั้งสามคนที่ติดตามพนักงานคนนั้นไปวิ่งหนีม้า.... ม้าพยศ หนึ่งในสามดูเหมือนจะสะดุดล้ม พร้อมกับม้าพยศที่เข้าถึงร่างที่ทรุดอยู่บนพื้น

 

ชั่ววินั้น มาร์กาเร็ตลืมที่จะหายใจ เธอได้แต่อ้าปากค้างมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตา ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วง ลุกขึ้นสิ

 

ลุก—

 

เสียงกีบม้าย่ำลงบนร่างเล็กของเด็กสาวและเสียงร้องของเธอคนนั้นดังก้องในหัวของมาร์กาเร็ต

 

ไม่นานนักชายร่างอวบที่อยู่ใกล้กับม้าได้กล่อมให้มันหายพยศลง ตามด้วยเสียงของใครบางคน และเสียงของคนอื่นๆ มาร์กาเร็ตรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีมือมาแตะเบาๆ ให้เธอเคลื่อนที่ออกจากบริเวณนี้

 

เธอขยับขาเดินตามไปโดยจิตใต้สำนึก ในหัวว่างเปล่า มือกอบกำชายกระโปรงอย่างแรงจนข้อนิ้วซีดขาว เธอนั่งคิดอยู่เงียบๆ ที่ห้องพยาบาล กลิ่นของยาฆ่าเชื้อกล่อมให้สมองของเธอตกลงสู่ห้วงภวังค์ เธอพยายามจำแนกความรู้สึกผสมปนเปที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์นั้น

 

มาร์กาเร็ตคิดว่านี่คือความกลัว

 

—————————————————— o —————————————————— 

 

 "มาร์กาเร็ต!!"

 

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาจากผ้าปูเตียงสีขาวด้วยเสียงของคนที่คุ้นเคย "ลูกออกมาตอนไหน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น!?" เสียงของริชาร์ดเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ ไม่ทันที่มาร์กาเร็ตจะได้พูดอะไร มือหนาแตะไปตามร่างกายเพื่อตรวจสอบบาดแผลจนแน่ใจชัดแล้วก่อนที่จะดึงร่างเล็กมาอยู่ในอ้อมกอด พร้อมกับพึมพัมเบาๆ "ขอบคุณพระเจ้าที่ลูกไม่เป็นอะไร..."

 

มาร์กาเร็ตยกแขนขึ้นสวมกอดคนตรงหน้าตอบ ความรู้สึกผิดทิ่มแทงจิตใจของเด็กสาว "... ขอโทษ... ค่ะ..." มืออุ่นลากมือผ่านเส้นผมบลอนด์อย่างเบามือราวกับจะตอบรับคำขอโทษของเธอ

 

"เอาล่ะ" ริชาร์ดผละตัวออก แต่แขนยังคงโอบรอบตัวลูกสาวไว้ เขาย่อเข่าให้อยู่ในระดับสายตากับมาร์กาเร็ต " มันเกิดอะไรขึ้น บอกพ่อหน่อยได้ไหม?"

 

มาร์กาเร็ตเริ่มเล่าตั้งแต่ที่เธอได้ยินเสียงที่ปลุกครั้งแรก ตามด้วยเรื่องที่เธอเจอในชั้น C ผู้เป็นพ่อบุญธรรมฟังพร้อมกับขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร ตรงกันข้ามกลับดึงเธอเข้าไปกอดแน่นๆ อีกพักหนึ่ง มาร์กาเร็ตใช้มือเล็กๆ ของเธอลูบหลังของเขาเบาๆ พร้อมพึมพัมไร้เสียง หนูไม่เป็นอะไรค่ะ

 

เมื่อปลอบขวัญกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็กลับมาที่ห้องพักของตน มาร์กาเร็ตจัดแจงตนเองบนเตียงนอนของตน สายตาพลันเหลือบไปเห็นริชาร์ดที่กำลังเก็บปืนพกกลับลงกระเป๋าสัมภาระ

 

"นั่น..." ริชาร์ดผงกหัวขึ้น ก่อนจะเปรยตามองปืนพกที่อยู่ในมือ "อ๋อ นี่น่ะเหรอ พ่อกลัวว่าจะเกิดอะไรกับลูก ก็เลย..." มาร์กาเร็ตพยักหน้าเข้าใจก่อนที่ริชาร์ดจะกล่าวจบประโยค

 

"...ขอบคุณค่ะ" คุณพ่อ

 

คำสองพยางค์ที่ไม่ได้พูดออกไป ริชาร์ดยิ้ม เดินเข้ามาลูบหัวของมาร์กาเร็ตเบาๆ จากนั้นจึงเดินไปปิดไฟ ความมืดปกคลุมทั่วห้องพร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆ ผ่อนคลายบนฟูก ไม่นานนักมาร์กาเร็ตก็ผล็อยหลับไป

 

 —————————————————— ^ —————————————————— 

 

//กราบแสง กราบพี่ต๋ง กราบมิจจี้ซัง กราบสต๊าฟ
 
ขอบคุณมากครับที่เตือนนนน อ้าคคคคคคคคคคค//ไม่งั้นแมกกี้ตายห่ะแน่นอน//อีแม่มันลืมสนิทเบยมัวแต่บ้าซีรีย์ #ฆ่ามัน
 
เว้นจังหวะคือไรจัดเรียงหน้าคือไรรรรรรรรรร//น้ำลายฟูมปาก//โหน่วววววววววววววว
 
วันนี้วันที่ 2 สินะคะดีค่ะดีอา้คคคคคคคค//บินขึ้นท้องฟ้า//ยังทันฮือขอบคุณขวด//จูบขวด//จูบสต๊าฟด้วย #โดนสต๊าฟจับเข้าโรงเชือด
 
ตัวอักษรล้วนๆ เลยค่ะที่นี้วะหะหะฮ่า//ทำร้ายสต๊าฟด้วยการแต่งเน่าๆ ของเรา #โมขอโต๊ด....
 
ขอบคุณทุกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันด้วยนะกั๊บ เป็นผู้เล่นที่แรร์มากกว่าจะเข้าไปไก่ด้วยแต่ละที...//นี่มันแย่//กระโดดลงคลองแสนแสบแสดงความรีเกร็ต
 
ขอให้โชคดีกับอีเว้นท์ถัดไปนะฮะะะะะะะะ
 
 
 
 
 
ปล.อยากวาดภาพพ่อจ๋าถือปืนเหลือเกินอาห์... #แล้วอย่างอื่นล่ะวะ
 
ปล2.ไอ้ช่วงแรกสุดนั่นมันฝันของมาร์กาเร็ตนะฮะแต่เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าฝัน #แล้วใส่ทำหมัยวะ ตอนแต่งพยายามจะให้มองด้วยขอบเขตการรับรู้ของแมกกี้จุงฉะนั้นแมกกี้จุงไม่ทราบชื่อซักคนเบยฮ่ะ.... //หรือเขามีการแนะนำตัวกันนะ...//ไม่เป็นไรแต่งแบบนี้ไปแย้ว #....
 
ปล3. เวลาก๊อปจากโน๊ตแพดนี่มันตูดหมึกมากฮะ ซึ้งแล้วว่าตูแต่งกะอย่างอื่นดีกว่า... #เครื่องไม่มีเวิร์ดออฟฟิศแล้วก๊า
 

edit @ 2 May 2014 21:37:52 by ►::Momy`::◄

Code Here.